พระปรางค์

พระปรางค์


                  พระปรางค์   ตั้งอยู่หน้าวัดทางทิศใต้  หลังโบสถ์น้อยและวิหารน้อย   เดิมสูง ๘ วา (๑๖ เมตร)  เป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นพร้อมกับโบสถ์และวิหารน้อย   พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  รัชกาลที่ ๒ ทรงมีพระราชศรัทธาจะเสริมสร้างให้สูงใหญ่เป็นพระมหาธาตุสำหรับพระนคร  แต่ทรงกระทำได้เพียงโปรดให้กะที่ขุดรากเตรียมไว้เท่านั้น  การยังค้างอยู่เพราะสวรรคตเสียก่อน   ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๓  โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดเป็นการใหญ่อีกครั้ง   เริ่มแต่ทรงปฏิสังขรณ์และสร้างกุฏิสงฆ์เป็นตึกใหม่ทั้งหมด เป็นต้น และทรงมีพระราชดำริเพื่อสนองพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ   ได้เสด็จพระราชดำเนินไปก่อพระฤกษ์พระปรางค์  เมื่อวันแรม  ๑๒  ค่ำ  เดือน ๙    ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒  กันยายน พ.ศ. ๒๓๘๕   งานเสริมสร้างพระปรางค์ได้ดำเนินจนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๔   รวมเวลาทั้งสิ้น ๙ ปี  พระปรางค์มีความสูง ๑ เส้น ๑๓ วา ๑ ศอก  ๑ คืบ  ๑ นิ้ว (๑)  (๖๖ เมตร ๗๗.๐๘๓ เมตร)  หนังสือบางเล่มกล่าวว่า “เฉพาะองค์ปรางค์สูง ๘๑ เมตร” ฐานกลมวัดโดยรอบได้ ๕ เส้น  ๑๗ วา  (๒๓๔ เมตร)





(๑) เมื่อปฏิสังขรณ์ใหญ่สมัยรัชกาลที่ ๕  พระยาราชสงคราม (กร  หงสกุล)  แม่กองปฏิสังขรณ์   ได้ทิ้งดิ่งวัดความสูงของพระปรางค์ได้ดังนี้:-

  • จากสุ่มปรางค์ถึงพื้นล่าง  สูง ๑ เส้น  ๑๐ วา  ๒ ศอก  
  • ลำภุขันสูง  ๙  ศอก  ๓ นิ้ว  
  • มงกุฎสูง  ๒ ศอก  ๑๐ นิ้ว  กว้าง  ๑ ศอก
  • ส่วนฐานปรางค์กลม      ๕  เส้น  ๑๗  วา    

      ดู – เอกสารวัดอรุณฯ ๑๘   แผนกเอกสารสำคัญ  กองจดหมายเหตุแห่งชาติ   กรมศิลปากร


ลักษณะของพระปรางค์ที่ปฏิสังขรณ์ในรัชกาลที่ ๕ หรือตามที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นดังนี้คือ:-

                  พระปรางค์ใหญ่   อยู่ภายในรั้วล้อมทั้ง ๔ ด้าน   ด้านตะวันออก   เหนือและตะวันตก ตอนล่างเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูนเตี้ย ๆ ทาด้วยน้ำปูนสีขาว  ตอนบนเป็นรั้วลูกกรงเหล็กทาสีแดง มีรูปครุฑจับนาคติดอยู่ตอนบนทุกช่อง แต่ละช่องกั้นด้วยเสาก่ออิฐถือปูนเหมือนกำแพงตอนล่าง    ด้านตะวันตกหลังพระปรางค์นั้น  มีเก๋งจีนแบบของเก่าเหลืออยู่อีก ๑ เก๋ง หน้าบันและใต้เชิงชายประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีและภาพสีทาและเขียนเป็นรูปดอกไม้  ต้นไม้ และรูปสัตว์ต่าง ๆ แบบจีน  ผนังของเก๋งด้านใน ทาด้วยน้ำปูนสีขาว  แต่เดิมนั้นเป็นภาพสีเกี่ยวกับนรก   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๕  โปรดให้ลบออกเสีย  เพราะทรงพิจารณาเห็นว่าไม่งาม   ส่วนรั้วด้านใต้ที่ติดกับกำแพงพระราชวังเดิมนั้น   เป็นรั้วก่อด้วยอิฐถือปูนทึบตลอดทั้งด้าน

                  ลานพระปรางค์ตั้งแต่รั้วถึงฐาน ปูด้วยกระเบื้องหิน  มีท่อระบายน้ำจากพื้นลานลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา  แต่ละมุมด้านในของรั้วมีแท่นก่อไว้มีลายเป็นขาโต๊ะตั้งติดกัน เข้าใจว่าจะเป็นที่สำหรับตั้งเครื่องบูชา หรือวางของ  รอบ ๆ ฐานพระปรางค์  มีตุ๊กตาหินแบบจีนเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น วัว  ควาย  เป็นต้น กับรูปทหารจีน  ตั้งไว้เป็นระยะ ๆ  บริเวณลานที่ตรงกับมณฑปมีราวเทียน และที่สำหรับปักธูปบูชาทั้ง ๔ มณฑป

                  องค์พระปรางค์ใหญ่  ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก โปรดให้เปลี่ยนเพียงรูปกินนรกินรี และแจกันปักดอกไม้ตามช่องต่าง ๆ เป็นซีเมนต์ครึ่งซีกติดกับผนังคูหาด้านใน แทนของเก่าซึ่งสลักด้วยหินเป็นตัว ๆ ตั้งไว้   เพราะถ้าจะทำใหม่ให้เหมือนของเก่าจะต้องใช้เงินมาก   ด้วยของเก่าเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ได้โปรดให้รื้อประตูเข้าพระปรางค์ออกหมดทั้ง ๙ ประตู  แล้วสร้างขึ้นใหม่เพียง ๕ ประตู เป็นประตูซุ้มแบบวัดราชประดิษฐ์  ในซุ้มเหนือบานประตูทำเป็นรูปพระราชลัญจกรประจำพระองค์ทั้ง ๕ รัชกาล ติดอยู่ตรงด้านนอกด้านใน คือที่รั้วด้านตะวันออกหน้าพระปรางค์มี ๓ ประตู ประตูที่อยู่เหนือโบสถ์น้อยเป็นรูปครุฑจับนาค  ประจำรัชกาลที่ ๒   ประตูกลางระหว่างโบสถ์และวิหารน้อยเป็นรูปพระเกี้ยว  ประจำรัชกาลที่ ๕ และประตูข้างใต้วิหารเป็นรูปพระมงกุฎ ประจำรัชกาลที่ ๔  ส่วนทางด้านตะวันตกหลังพระปรางค์มี ๒ ประตู ประตูเหนือเก๋งจีนเป็นรูปอุณาโลมอยู่ในกลีบบัว ประจำรัชกาลที่ ๑   ประตูใต้เก๋งจีนเป็นรูปอุณาโลมอยู่ในปราสาท ประจำรัชกาลที่ ๓

                  ปรางค์ทิศ  ไม่ได้เปลี่ยนแปลง

                  มณฑปทิศ   ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน   เป็นแต่โปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ที่เหลืออยู่ในวิหารคดรอบพระปรางค์  ของเก่าที่รื้อไปนั้น  นำขึ้นไปประดิษฐานไว้ในมณฑปทิศ คือ มณฑปทิศเหนือ  ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ  ทำเป็นรูปพระนางสิริมหามายา  พุทธมารดาประทับยืนเหนี่ยวกิ่งไม้รัง เบื้องพระพักตร์มีรูปพระมหาสัตว์หรือพระพุทธเจ้าแรกประสูติ   ประทับยืนอยู่เหนือดอกบัวยกพระพาหาข้างขวาขึ้นเหนือพระเศียร ชูนิ้วพระหัตถ์ขึ้น ๑ นิ้ว ประกาศว่าจะทรงเป็นมหาบุรุษผู้เลิศในโลก มีรูปเทวดา ๒ องค์ ประคองพระแท่นที่ประทับยืน   พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในมณฑปนี้ เป็นของทำขึ้นใหม่ทั้งหมด  เพราะเดิมไม่มี  ทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธรูปปางตรัสรู้ มีพระพุทธรูปปางนาคปรกอยู่กลาง และพระพุทธรูปปางมารวิชัยอยู่สองข้างประทับอยู่ใต้ร่มโพธิ์และร่มไทร ทิศใต้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางเทศนาพระธรรมจักร มีพระปัญจวัคคีย์ ๕ องค์นั่งพนมมือฟังอยู่เฉพาะพระพักตร์ สำหรับพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ นี้ เป็นของทำขึ้นใหม่ เพราะของเก่าแตกทำลายหมด และทิศตะวันตกประดิษฐานพระพุทธรูปปางเสด็จดับขันธปรินิพพาน มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์อยู่เหนือแท่นพระบรรทมใต้ต้นรังทั้งคู่ และมีพระภิกษุสงฆ์พุทธสาวกอยู่เบื้องพระปฤษฎางค์

                  อนึ่ง ใน พ.ศ.๒๔๖๓  ประเทศไทยเริ่มใช้เวลาอัตราโดยถือเอาเวลาของเมริเดียน ๑๐๕0  ตะวันออกของกรีนนิช  ซึ่งผ่านจังหวัดอุบลราชธานีเป็นมาตรฐานของเวลาอัตรา  ฉะนั้น  เวลาในประเทศไทยจึงเร็วกว่าเวลาสมมุติกรีนนิช ๗ ชั่วโมง   แต่ถ้าถือเอาเมริเดียนที่ผ่านพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม    กรุงเทพฯ    คือ เมริเดียน ๑๐๐0 ๒๙’ ๓๓”  แล้ว  จะเร็วกว่าเวลาสมมุติเพียง ๖ ชั่วโมง  ๔๑ นาที  ๕๘ วินาทีเท่านั้น(๑)






สถาปัตย์ และสิ่งสำคัญ

sample69

พระปรางค์

sample69

ราวเทียนและแท่นบูชา

sample69

อนุสาวรีย์พระธรรมเจดีย์

sample69

ภูเขาจำลอง

sample69

ศาลาท่าน้ำรูปเก๋งจีน

sample69

รูปนายเรือง

sample69

รูปนายนก

sample69

โบสถ์น้อย

sample69

วิหารน้อย